top of page
  • รูปภาพนักเขียนพญ. ฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง (หมอชะเอม)

รู้จักอาการและสาเหตุมะเร็งปากมดลูก

อัปเดตเมื่อ 28 มี.ค.

มะเร็งปากมดลูก 1 ใน 5 อันดับโรคมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงไทย โดยแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกเฉลี่ย 12 คนต่อวัน แม้ฟังดูแล้วจะเป็นโรคที่มีความน่ากลัว แต่ก็เป็นโรคที่ถ้ารู้ก่อนก็สามารถป้องกันและรักษาให้หายได้ วันนี้แฮปปี้เบิร์ธคลินิก จะพาไปทำความรู้จักกับโรคมะเร็งปากมดลูก พร้อมบอกสาเหตุมะเร็งปากมดลูก ให้คุณได้เตรียมพร้อมป้องกันได้อย่างเหมาะสม

รู้จักอาการและสาเหตุมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก เกิดจากอะไร

มะเร็งปากมดลูก โรคที่พบบ่อยในผู้หญิง เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นในเซลล์ปากมดลูก โดยส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งติดต่อกันได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ผู้ที่มีความเสี่ยงส่วนใหญ่จึงเป็นผู้ที่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว


อาการของโรคมะเร็งปากมดลูก

ในระยะเริ่มต้นจะผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกจะยังไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ แต่จะเริ่มมีอาการเมื่อมะเร็งเริ่มลุกลามเข้าสู่ระดับรุนแรง โดยอาการผิดปกติที่พบมากมีดังต่อไปนี้

  • เลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด หลังจากมีเพศสัมพันธ์

  • ประจำเดือนมาผิดปกติ อาจมาน้อยหรือมามากผิดปกติ

  • ตกขาวผิดปกติ เช่น มีปริมาณมาก มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปน

  • เจ็บหลังมีเพศสัมพันธ์

  • ปวดท้องน้อย

  • วัยหมดประจำเดือนมีเลือดออกจากช่องคลอด

  • ปัสสาวะหรืออุจจาระปนเลือด

อาการที่กล่าวมาเป็นการสังเกตเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่ามีอาการแล้วจะเป็นมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นหากสาวๆ รู้สึกว่ามีอาการบางข้อ แนะนำว่าอย่าเพิ่งตกใจและกังวล ควรเข้ามาปรึกษาและตรวจกับแพทย์เพื่อวินิจฉัยอย่างถูกต้องต่อไป


สาเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูก

สาเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูก

1. การติดเชื้อ HPV

สาเหตุมะเร็งปากมดลูกหลัก ๆ คือ การติดเชื้อ HPV จากการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเชื้อ HPV มีทั้งหมด 15 สายพันธุ์ มีทั้งสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ 16 และ 18 และสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ดังนั้นหากร่างกายได้รับเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงน้อย ก็อาจไม่ก่อมะเร็ง และร่างกายสามารถกำจัดได้ แต่หากร่างกายได้รับเชื้อ HPV ที่มีความเสี่ยงสูง จะทำให้เซลล์ปากมดลูกเกิดความผิดปกติและกลายเป็นมะเร็งในที่สุด ซึ่งผู้ที่มีความเสี่ยง คือคนที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว ทั้งผู้ที่มีคู่นอนหลายคน หรือคนเดียว


2. การตั้งครรภ์หรือมีบุตรหลายคน

การตั้งครรภ์หรือมีบุตรหลายคน ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกเช่นกัน โดยผู้ที่เคยผ่านการคลอดลูกมากกว่า 4 ครั้ง จะมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า


3. ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

ร่างกายมีภูมิคุ้นกันเพื่อกำจัดเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างหาย หากภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง จะทำให้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ HPV ได้ง่ายขึ้น โดยภูมิคุ้มกันอ่อนแอมีสาเหตุมาจากอาหารการกินที่ไม่มีประโยชน์, ความเครียด, พักผ่อนน้อย, ไม่ได้ออกกำลังกาย, สูบบุหรี่ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง


4. รับประทานยาคุมเป็นเวลานาน

การรับประทานยาคุมกำเนิด ไม่ได้เป็นสาเหตุมะเร็งปากมดลูกโดยตรง แต่เป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูกมากขึ้นหากรับประทานยาคุมเป็นเวลานาน โดยการศึกษาของ International Agency for Research on Cancer (IARC) พบว่าผู้ที่ใช้ยาคุมกำเนิดมากกว่า 5 ปีขึ้นไป จะมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น 4 เท่า และหากหยุดรับประทานยาคุม ความเสี่ยงก็จะลดลง


คลินิกสูตินรีเวช HappyBirthClinic

วิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ดีที่สุด

1. การตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ (ThinPrep / HPV DNA / Co-testing)

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่แฮปปี้เบิร์ธคลินิก มีทั้งหมด 3 วิธี แต่ละวิธีสามารถตรวจได้ตามเกณฑ์อายุ และความเสี่ยง วิธีตรวจสามารถปรึกษาแพทย์ได้ค่ะ โดยทั้ง 3 วิธี มีดังต่อไปนี้

  • การตรวจลิควิดเบส (Liquid base) หรือ ตินแพร็พ แป๊บ เทสต์ (ThinPrep Pap Test) เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยใช้แปรงเก็บเซลล์บริเวณมะเร็งปากมดลูก จากนั้นใส่ลงในขวดน้ำยาตินแพร็พเพื่อรักษาเซลล์ ก่อนจะนำส่งห้องปฏิบัติการ วิธีนี้พัฒนามาจากวิธีแปปเสมียร์ ทำให้มีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น เพราะสามารถเก็บตัวอย่างเซลล์ได้มากกว่า และสามารถกำจัดสิ่งปนเปื้อนในตัวอย่างเซลล์ได้ การตรวจแบบตินแพร็พสามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป แต่บางรายอาจตรวจได้ตั้งแต่อายุ 25 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ค่ะ

  • การตรวจ HPV DNA Test เป็นการตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกร่วมกับการหาเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก ข้อดีคือ สามารถตรวจหารอยโรคแอบแฝงได้เร็วกว่าวิธีอื่น ๆ โดยจะเก็บตัวอย่างเซลล์ในน้ำยาสำหรับ HPV DNA Test โดยเฉพาะ ก่อนจะส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการ วิธีนี้สามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป แต่บางรายอาจตรวจได้ตั้งแต่อายุ 25 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ค่ะ

  • การตรวจแบบคู่ Co-testing เป็นการตรวจลิควัดเบส และ HPV DNA Test ร่วมกัน ทำให้มีความไวในการตรวจพบรอยโรคมะเร็งสูงถึง 99% ยิ่งไปกว่านั้นการตรวจวิธีนี้สามารถดูได้ลึกว่า เป็นเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์อะไร โดยสามารถตรวจวิธีนี้ได้ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป

2. การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV

การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV เป็นวัคซีนที่นำเชื้อไวรัส HPV สายพันธ์ที่มีความเสี่ยงสูงมาทำเป็นวัคซีน ที่แฮปปี้เบิร์ธคลินิกจะมีทั้งวัคซีนแบบ 4 สายพันธุ์ และ 9 สายพันธุ์ ซึ่งนอกจากจะป้องกันมะเร็งปากมดลูกเชื้อ HPV แล้วยังป้องกันโรคอื่นๆ ที่เกิดจาก HPV เหมือนกัน เช่น โรคหูด โดยสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป ควรฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ และก่อนอายุ 26 ปี เพราะหากฉีดในช่วงอายุที่เหมาะสม จะสามารถป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกได้มากถึง 95%

การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV

สรุปค่ะ ☺️

ความน่ากลัวของโรคมะเร็งปากมดลูก คือ ผู้ป่วยแทบจะไม่รู้ตัวเลยว่าได้รับเชื้อ HPV เพราะไม่มีการแสดงอาการของโรคจนกว่าจะเข้าสู่ระยะรุนแรง ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงสาเหตุมะเร็งปากมดลูกตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น และที่สำคัญคุณผู้หญิงไม่ควรละเลยการตรวจภายในคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอนะคะ เพื่อหารอยโรคหรือเซลล์ที่นำไปสู่การเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ หากมีความเสี่ยงจะได้วางแผนการรักษาอย่างทันท่วงทีก่อนอาการจะรุนแรงค่ะ


ที่แฮปปี้เบิร์ธคลินิก เรามีบริการตรวจมะเร็งปากมดลูกโดยสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยวิธีที่มีความแม่นยำ ได้แก่ การตรวจลิควิดเบส การตรวจ HPV DNA Test และการตรวจแบบคู่ (Co-testing) สำหรับสาว ๆ ที่สนใจสามารถติดต่อนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการได้เลย

Kommentare


bottom of page