เนื้องอกมดลูก อาการเป็นอย่างไร? 7 สัญญาณที่ต้องรีบตรวจ
- พญ. ฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง (หมอชะเอม)

- 3 มี.ค.
- ยาว 2 นาที
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบโดย พญ. ฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง คุณหมอสูตินรีเวชประจำ happybirth clinic

"ปวดท้องเมนส์ก็ปกติป่ะ ใครๆ ก็ปวด"
"เมนส์มาเยอะ สงสัยช่วงนี้เครียดมั้ง"
"ปัสสาวะบ่อย ก็เราดื่มน้ำเยอะเองมั้ง"
เราหลายคนมักหาเหตุผลมาอธิบายอาการผิดปกติจนกลายเป็นความเคยชิน ทั้งที่จริงๆ แล้วนั่นอาจเป็น "สัญญาณเตือนจากมดลูก" ก็ได้ค่ะ
ความจริงที่น่าตกใจคือ ผู้หญิง 50-75% ที่มีเนื้องอกมดลูกไม่มีอาการใดๆ เลย ทำให้ตรวจเจอได้จากการตรวจสุขภาพหรืออัลตราซาวด์เท่านั้น แต่สำหรับ 20-30% ที่มีอาการ บางคนอาจเผชิญกับปัญหาที่กระทบคุณภาพชีวิตอย่างมากค่ะ
บทความนี้ happybirth clinic จะพาไปรู้จักว่าเนื้องอกมดลูก อาการเป็นอย่างไรแบบละเอียด เพื่อให้คุณสังเกตตัวเองได้ และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรรีบมาตรวจนะคะ
ทำไมผู้หญิงส่วนใหญ่มีเนื้องอกแต่ไม่รู้ตัว?
หลายคนสงสัยว่า ถ้าเนื้องอกมดลูกพบได้บ่อยขนาดนี้ (ผู้หญิง 70-80% จะมีเมื่ออายุครบ 50 ปี) ทำไมถึงไม่รู้ตัว?
คำตอบอยู่ที่ "ตำแหน่ง" ของก้อนค่ะ
มดลูกของเรามีหลายชั้น ถ้าเนื้องอกไปโต "ด้านนอกมดลูก" (Subserosal Fibroid) มันจะมีพื้นที่ให้โตได้เรื่อยๆ โดยไม่ไปเบียดโพรงมดลูก ผลคือ:
ไม่มีเลือดออกผิดปกติ
ไม่ปวดท้องเมนส์
ไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ
ผู้หญิงส่วนใหญ่จึงไม่รู้ตัวจนกว่าก้อนจะใหญ่พอไปกดทับอวัยวะข้างเคียง หรือมาตรวจเจอโดยบังเอิญจากการอัลตราซาวด์ด้วยเหตุผลอื่นค่ะ
ในทางกลับกัน ถ้าก้อนอยู่ "ใกล้หรือยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก" (Submucosal Fibroid) แม้ขนาดเล็กแค่ 1-2 ซม. ก็อาจก่ออาการรุนแรงได้เลยค่ะ
ขนาดไม่ใช่ตัวตัดสิน ตำแหน่งต่างหากที่กำหนดว่าจะมีอาการหรือไม่ค่ะ
3 กลุ่มอาการของเนื้องอกมดลูก
สำหรับผู้หญิง 20-30% ที่มีอาการ ความรุนแรงจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาด จำนวน และตำแหน่งของก้อน โดยแบ่งอาการออกเป็น 3 กลุ่มหลักค่ะ
กลุ่มที่ 1: อาการผิดปกติของประจำเดือน
เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในเนื้องอกที่อยู่ใกล้หรือยื่นเข้าไปในโพรงมดลูกค่ะ
ประจำเดือนมามากผิดปกติ: ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมง หรือต้องใช้ผ้าอนามัยซ้อนกัน 2 ชิ้น
ประจำเดือนมานานกว่าปกติ: มานานเกิน 7-10 วัน ทั้งที่ปกติมาแค่ 4-5 วัน
มีลิ่มเลือดหรือก้อนเลือดปน: เลือดประจำเดือนเป็นก้อนๆ ขนาดใหญ่กว่าเหรียญบาท
ปวดท้องประจำเดือนรุนแรง: ปวดมากจนต้องหยุดงาน หรือกินยาแก้ปวดไม่ได้ผล
มีเลือดออกกะปริดกะปรอย: มีเลือดออกระหว่างรอบเดือน ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา
ผลที่ตามมาคือ การเสียเลือดมากเป็นประจำทุกเดือนอาจทำให้เกิด ภาวะโลหิตจาง (ซีด) มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หน้ามืด วิงเวียน บางรายซีดมากจนเป็นลมได้ค่ะ
กลุ่มที่ 2: อาการจากการกดเบียดอวัยวะข้างเคียง
เมื่อก้อนเนื้องอกโตขึ้น จะไปกดเบียดอวัยวะที่อยู่ใกล้เคียงในอุ้งเชิงกราน ทำให้เกิดอาการต่างๆ ค่ะ
กดเบียดกระเพาะปัสสาวะ: ปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะ รู้สึกปวดฉี่ตลอดเวลา บางรายฉี่ไม่ออกหรือฉี่เล็ด
กดเบียดลำไส้ใหญ่: ท้องผูกเรื้อรัง ขับถ่ายลำบาก รู้สึกถ่ายไม่สุด
กดเบียดเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ: ปวดหลังส่วนล่าง ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ปวดร้าวลงขา
กดเบียดช่องคลอดและปากมดลูก: เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ (โดยเฉพาะเจ็บลึกๆ) มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
กลุ่มที่ 3: อาการทางกายภาพที่สังเกตได้
เมื่อก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่มาก อาจสังเกตเห็นความผิดปกติได้จากภายนอกค่ะ
คลำพบก้อนที่หน้าท้องส่วนล่าง: รู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ อยู่ในท้องน้อย
พุงป่องคล้ายคนท้อง: หน้าท้องโตขึ้นโดยไม่ได้ตั้งครรภ์ บางรายมดลูกโตเท่ากับตั้งครรภ์ 5-6 เดือน
น้ำหนักเพิ่มขึ้นผิดปกติ: โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อย ทั้งที่ไม่ได้กินมากขึ้น
หลายคนพยายามลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ทำ IF แต่พุงช่วงล่างไม่ยุบสักที พอมาตรวจอัลตราซาวด์ถึงได้รู้ว่าที่ป่องออกมาคือก้อนเนื้องอก ไม่ใช่ไขมันค่ะ
7 สัญญาณเนื้องอกมดลูกที่ต้องรีบตรวจ
ถ้ามีอาการเหล่านี้ อย่ารอให้เป็นมากกว่านี้นะคะ ควรมาพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองค่ะ
1. ประจำเดือนมามากจนกระทบชีวิตประจำวัน ต้องตื่นมาเปลี่ยนผ้าอนามัยตอนดึก ไม่กล้าออกไปไหนเพราะกลัวเลือดเลอะ หรือต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยเกิน 5 แผ่นต่อวัน
2. ปวดท้องเมนส์รุนแรงผิดปกติ ปวดมากจนต้องหยุดงานหรือหยุดเรียน กินยาแก้ปวดแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น หรือต้องนอนบิดตัวทุกเดือน
3. รู้สึกหน่วงหรือปวดท้องน้อยเรื้อรัง มีอาการปวดหน่วงๆ ท้องน้อยอยู่บ่อยๆ ทั้งที่ไม่ใช่ช่วงมีประจำเดือน
4. พุงป่องผิดปกติทั้งที่น้ำหนักเท่าเดิม หน้าท้องโตขึ้นเรื่อยๆ ลดยังไงก็ไม่ยุบ หรือคลำได้ก้อนแข็งๆ ที่ท้องน้อย
5. ปัสสาวะบ่อยผิดปกติหรือท้องผูกเรื้อรัง รู้สึกปวดปัสสาวะตลอดเวลา ฉี่บ่อยมากกว่าปกติ หรือท้องผูกเรื้อรังทั้งที่กินผักผลไม้เพียงพอ
6. เจ็บหรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ รู้สึกเจ็บลึกๆ ขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือมีเลือดออกหลังจากนั้น
7. มีอาการซีด อ่อนเพลีย หน้ามืดบ่อย เหนื่อยง่ายผิดปกติ หน้ามืดบ่อย เล็บเปราะ หรือผิวซีดลง ซึ่งอาจเกิดจากการเสียเลือดมากจนเป็นโลหิตจาง
ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกข้อนะคะ แค่มีข้อใดข้อหนึ่งที่เป็นบ่อยหรือรุนแรง ก็ควรมาตรวจคัดกรองเพื่อความสบายใจค่ะ

อาการไหนอันตราย ต้องพบแพทย์ทันที?
อาการส่วนใหญ่ของเนื้องอกมดลูกสามารถนัดมาตรวจได้ตามปกติค่ะ แต่มีบางอาการที่ถือว่า "red flag" ต้องรีบมาตรวจโดยเร็วที่สุด
เลือดออกมากจนซีดหรือเป็นลม
ถ้าประจำเดือนมามากจนหน้ามืด ใจสั่น เป็นลม หรือรู้สึกอ่อนเพลียมากผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของภาวะโลหิตจางรุนแรง ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของหัวใจได้ค่ะ
ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน
ถ้าปวดท้องน้อยรุนแรงขึ้นมาทันทีทันใด อาจเกิดจากเนื้องอก "ขั้วบิด" (Torsion) หรือ "ขาดเลือด" ทำให้เนื้อเยื่อตายและอักเสบ ต้องรีบมาห้องฉุกเฉินทันทีค่ะ
มีเลือดออกหลังหมดประจำเดือนไปแล้ว
สำหรับผู้หญิงที่เข้าวัยทอง หมดเมนส์ไปแล้วครบ 1 ปี แล้วอยู่ดีๆ มีเลือดออกมาเฉยๆ อันนี้ต้องรีบหาสาเหตุค่ะ เพราะอาจไม่ใช่แค่เนื้องอกธรรมดา
ก้อนโตเร็วผิดปกติ
ถ้าติดตามกับหมอแล้วพบว่าก้อนใหญ่ขึ้นแบบก้าวกระโดดในเวลาสั้นๆ หรือโตขึ้นทั้งที่เป็นวัยหมดประจำเดือนแล้ว ต้องรีบตรวจเพิ่มเติมเพื่อแยกว่าไม่ใช่เนื้อร้ายค่ะ
ตำแหน่งก้อนต่างกัน อาการก็ต่างกัน
อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า ตำแหน่งสำคัญกว่าขนาด ก้อนเล็กแต่อยู่ในตำแหน่งสำคัญอาจก่ออาการมากกว่าก้อนใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในกล้ามเนื้อค่ะ มาดูกันว่าแต่ละตำแหน่งจะมีอาการแบบไหน
เนื้องอกใต้เยื่อบุโพรงมดลูก (Submucosal Myoma)
พบได้น้อยที่สุด แค่ 5-10% แต่ส่งผลกระทบมากที่สุดค่ะ เพราะก้อนยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก ทำให้ประจำเดือนมามากผิดปกติ มีเลือดออกกะปริดกะปรอย และเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยากหรือแท้งซ้ำได้ แม้ก้อนจะเล็กแค่ 1-2 ซม. ก็ก่ออาการรุนแรงได้เลยค่ะ
เนื้องอกในกล้ามเนื้อมดลูก (Intramural Myoma)
พบบ่อยที่สุด ประมาณ 70% ค่ะ ก้อนซ่อนอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อ ถ้าขนาดเล็กมักไม่มีอาการ มาเจอตอนตรวจสุขภาพโดยบังเอิญ แต่ถ้าโตมากอาจทำให้ประจำเดือนมามากขึ้น หรือคลำได้ก้อนที่หน้าท้องค่ะ
เนื้องอกใต้เยื่อบุผิวนอกมดลูก (Subserosal Myoma)
พบได้ประมาณ 20-25% ค่ะ ก้อนยื่นออกไปด้านนอกมดลูก จึงไม่ค่อยมีผลต่อประจำเดือน แต่ถ้าขนาดใหญ่จะทำให้ท้องโต พุงป่อง และไปกดเบียดอวัยวะข้างเคียง ทำให้ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก หรือปวดหลังได้ค่ะ
ก้อนยิ่งอยู่ใกล้โพรงมดลูก ยิ่งมีผลต่อประจำเดือนและการมีลูก ส่วนก้อนที่อยู่ด้านนอก จะมีผลต่อการกดเบียดอวัยวะข้างเคียงมากกว่าค่ะ
สงสัยว่ามีเนื้องอกมดลูกไหม? เช็กตัวเองเบื้องต้น
ลองถามตัวเองดูนะคะ:
ประจำเดือนมามากขึ้นกว่าเมื่อก่อนไหม?
ปวดท้องเมนส์รุนแรงจนกระทบชีวิตประจำวันไหม?
รู้สึกหน่วงๆ ท้องน้อย หรือพุงป่องผิดปกติไหม?
ปัสสาวะบ่อยขึ้น หรือท้องผูกเรื้อรังไหม?
มีประวัติครอบครัวเป็นเนื้องอกมดลูกไหม?
ถ้าตอบว่า "ใช่" แม้แค่ข้อเดียว ก็ควรมาตรวจคัดกรองเพื่อความสบายใจค่ะ
การตรวจอัลตราซาวด์ใช้เวลาแค่ 10-15 นาที ไม่เจ็บ ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก แต่ช่วยให้รู้ได้ชัดเจนว่ามีก้อนหรือไม่ อยู่ตำแหน่งไหน ขนาดเท่าไหร่ เพื่อวางแผนดูแลได้อย่างเหมาะสมค่ะ

ตรวจเนื้องอกมดลูกที่ happybirth clinic
ที่ happybirth clinic เราใช้เครื่อง Digital Ultrasound ความละเอียดสูง ตรวจโดยสูตินรีแพทย์หญิง รู้ผลและปรึกษาหมอได้ทันทีในวันเดียวค่ะ

แพ็กเกจตรวจเนื้องอกมดลูก:
Basic (2,400 บาท) ตรวจอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่
Premium (5,900 บาท) ตรวจอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ รวมตรวจภายในเช็กมะเร็งปากมดลูก
สามารถนัดมาปรึกษาตรวจได้ที่ คลินิกสูตินรีเวชแฮปปี้เบิร์ธ ทุกสาขา
เปิดให้บริการทุกวัน แนะนำให้เช็กคิวทางไลน์ @happybirth หรือโทรศัพท์ 081-442-9355 คุณหมอและเจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมดูแลคุณทุกวันค่ะ


