top of page

คลินิกสูตินรีเวช ฝากครรภ์ ตรวจภายใน อัลตราซาวด์
สีลม    บ้านก้ามปูอโศก   รามคำแหง 26/1   ลาดกระบัง 54

ค้นหา

มีสิ่งแปลกปลอมค้างในช่องคลอด? อันตรายไหม? เอาออกอย่างไรถึงปลอดภัย?

  • รูปภาพนักเขียน: พญ. ฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง (หมอชะเอม)
    พญ. ฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง (หมอชะเอม)
  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบโดย พญ. ฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง คุณหมอสูตินรีเวชประจำ happybirth clinic


มีสิ่งแปลกปลอมค้างในช่องคลอด? อันตรายไหม? เอาออกอย่างไรถึงปลอดภัย?

สิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด คือ วัตถุที่ค้างอยู่ภายในช่องคลอด เช่น ถุงยางอนามัยที่หลุดคา ผ้าอนามัยแบบสอดที่ลืมถอด ถ้วยอนามัย ฟองน้ำลูกเจี๊ยบ หรือ sex toy ซึ่งเรื่องนี้พบได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิด และไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยค่ะ


หัวใจสำคัญที่อยากให้รู้คือ ไม่ว่าจะมีสิ่งแปลกปลอมค้างในช่องคลอด ชนิดไหน หรือเกิดจากสาเหตุใด ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือมาให้สูตินรีแพทย์นำออกให้ ไม่ควรพยายามเขี่ยหรือล้วงออกเอง เพราะเสี่ยงดันให้ลึกขึ้นและบาดเจ็บ และการมาปรึกษาคุณหมอที่ happybirth clinic ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเลยค่ะ เพราะเราเป็นคลินิกสูตินรีเวชที่ดูแลผู้หญิงโดยเฉพาะ ตรวจโดยคุณหมอผู้หญิง และเจ้าหน้าที่ทุกคนในคลินิกก็เป็นผู้หญิงทั้งหมด


บทความนี้ happybirth clinic จะพาไปรู้จักว่ามีอะไรบ้างที่ติดค้างในช่องคลอดได้ อันตรายแค่ไหน สัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์ ไปจนถึงค่าบริการ เพื่อให้คุณคลายกังวลและตัดสินใจมาดูแลตัวเองได้อย่างสบายใจค่ะ


มีสิ่งแปลกปลอมค้างในช่องคลอดคืออะไร และหลุดเข้าไปได้ลึกแค่ไหน


ช่องคลอดเป็นอวัยวะ "ปลายตัน" ค่ะ ปลายด้านในสุดคือปากมดลูกซึ่งมีรูเปิดเล็กมาก วัตถุที่หลุดเข้าไปจึงไม่สามารถเลื่อนเข้าช่องท้องหรือหายเข้าไปในตัวได้อย่างที่หลายคนกังวล แต่จะไปค้างอยู่บริเวณด้านในใกล้ปากมดลูกแทน


นั่นแปลว่าของที่ "หลุด" เข้าไปยังอยู่ในช่องคลอดเสมอ เพียงแต่อยู่ลึกจนนิ้วเอื้อมไม่ถึงหรือคลำไม่เจอ ความลึกเฉลี่ยของช่องคลอดอยู่ที่ประมาณ 7-10 เซนติเมตร และจะยืดขยายได้เมื่อมีของอยู่ข้างใน ทำให้วัตถุเลื่อนขึ้นไปเกาะอยู่ด้านบนได้ ยิ่งพยายามล้วงหรือดันแรงๆ ก็ยิ่งเสี่ยงดันให้ลึกขึ้นและทำให้ผนังช่องคลอดถลอกค่ะ


ชนิดของสิ่งแปลกปลอมที่ค้างในช่องคลอด


สิ่งที่พบติดค้างในช่องคลอดมีหลายชนิดมากกว่าที่คิดค่ะ ตั้งแต่อุปกรณ์ที่ตั้งใจใส่เข้าไปเอง ไปจนถึงของที่หลงลืมหรือหลุดคาโดยไม่ตั้งใจ รายการเหล่านี้คือกลุ่มที่ happybirth clinic พบบ่อยที่สุดค่ะ


1. ถุงยางอนามัยหลุดคาในช่องคลอด


ถุงยางอนามัยหลุดคาในช่องคลอด เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด มักเกิดจากการใส่ถุงยางผิดขนาด ใส่ตอนที่อวัยวะเพศยังแข็งตัวไม่เต็มที่ ใช้สารหล่อลื่นมากเกินไป หรืออวัยวะเพศหดตัวหลังเสร็จกิจจนถุงยางรูดหลุดค้างไว้ หากใช้นิ้วที่สะอาดเขี่ยออกเองไม่ได้ ไม่ควรฝืนค่ะ เพราะอาจดันให้ลึกขึ้นไปอีก


กรณีถุงยางหลุด แพทย์จะดูแล 2 เรื่องเพิ่มเติมคือ ประเมินโอกาสตั้งครรภ์ (อาจพิจารณายาคุมฉุกเฉินซึ่งได้ผลดีเมื่อรับประทานภายใน 72 ชั่วโมง และทานได้ไม่เกิน 120 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์) และความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้นการมาพบแพทย์จึงไม่ได้แค่เอาถุงยางออก แต่ช่วยปิดความเสี่ยงอื่นให้ด้วยค่ะ


2. ผ้าอนามัยแบบสอด (Tampon) ที่ลืมถอด


ผ้าอนามัยแบบสอดที่ค้างในช่องคลอด มักเกิดจากการลืมถอดอันเก่าก่อนใส่อันใหม่ หรือเชือกขาด-หดเข้าไปจนหาไม่เจอ ผ้าอนามัยสอดที่ค้างนานเกิน 8 ชั่วโมงจะเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อ และในกรณีที่พบได้น้อยมากอาจกระตุ้นภาวะ Toxic Shock Syndrome (TSS) ซึ่งเป็นภาวะติดเชื้อรุนแรง หากมีไข้สูง อาเจียน ท้องเสีย ผื่นแดงคล้ายผิวไหม้แดด เวียนหัวคล้ายจะเป็นลม ร่วมกับสงสัยว่ามีผ้าอนามัยค้าง ควรรีบพบสูตินรีแพทย์ทันทีค่ะ


3. ถ้วยอนามัย (Menstrual Cup) ที่เอาออกไม่ได้


ถ้วยอนามัยติดในช่องคลอด มักเกิดจากถ้วยเลื่อนสูงขึ้นไปใกล้ปากมดลูก หรือดึงออกไม่ถูกวิธีจนเกิดแรงดูดสุญญากาศ การพยายามดึงแรงๆ จะยิ่งเจ็บและอาจบาดผนังช่องคลอด การฝืนดึงถ้วยอนามัยออกมาตรงๆ โดยไม่ปลดล็อกสุญญากาศจะทำให้เจ็บปวดและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อภายใน การพบแพทย์สูตินรีเวชจะปลอดภัยที่สุดค่ะ


4. ฟองน้ำอนามัย / ฟองน้ำลูกเจี๊ยบ (Menstrual Sponge)


ฟองน้ำอนามัยหรือที่เรียกกันติดปากว่า "ลูกเจี๊ยบ" คือฟองน้ำที่บางคนสอดไว้ในช่องคลอดเพื่อซับประจำเดือนระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ปัญหาที่พบบ่อยคือฟองน้ำเลื่อนลึกหรือฉีกขาดเป็นชิ้นจนเอาออกเองไม่ครบ เศษฟองน้ำที่ค้างอยู่กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อ ทำให้เกิดการอักเสบและตกขาวมีกลิ่น การให้แพทย์ตรวจภายในช่วยให้มั่นใจว่านำออกได้หมดทุกชิ้น ไม่มีเศษตกค้างค่ะ


5. อุปกรณ์หรือของเล่นผู้ใหญ่ (Sex Toys) และวัตถุอื่น เช่น ผัก ผลไม้ หรือสมุนไพรต่างๆ 


อุปกรณ์หรือของเล่นที่หลุดเข้าไปในช่องคลอด มักเกิดจากของที่ไม่มีฐานจับหรือสายดึงที่มั่นคง หรือใช้วัตถุที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับใช้ในช่องคลอดโดยเฉพาะ บางครั้งการหดเกร็งของกล้ามเนื้อขณะถึงจุดสุดยอด หรือความตกใจหลังของหลุดมือ ก็ยิ่งดันให้วัตถุเลื่อนลึกขึ้นจนเอาออกเองไม่ได้


วัตถุที่ผิวแข็ง ลื่น หรือมีเหลี่ยมคมอาจครูดผนังช่องคลอดจนเป็นแผลได้ และถ้าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ถ่าน การปล่อยค้างไว้นานก็เพิ่มความเสี่ยงการอักเสบและติดเชื้อ จุดสำคัญคืออย่าเพิ่งตกใจและอย่าฝืนล้วงเองนะคะ การให้สูตินรีแพทย์นำออกใช้เวลาไม่นานและปลอดภัยกว่ามากค่ะ


สิ่งแปลกปลอมค้างในช่องคลอดอันตรายไหม


อันตรายค่ะ หากปล่อยทิ้งไว้นาน เพราะวัตถุแปลกปลอมจะกลายเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียในที่อับชื้น ยิ่งค้างนานความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น ภาวะแทรกซ้อนที่อาจตามมาได้แก่


  • การอักเสบและติดเชื้อในช่องคลอด ทำให้ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็นรุนแรง สีเหลือง เขียว หรือปนเลือด

  • แผลถลอกที่ผนังช่องคลอด จากการเสียดสีของวัตถุหรือจากการพยายามล้วงออกเอง

  • การติดเชื้อลุกลามขึ้นอุ้งเชิงกราน (PID) ซึ่งหากเป็นเรื้อรังอาจกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ในระยะยาว

  • ความเสี่ยงตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในกรณีถุงยางหลุด


ฟังดูน่ากังวล แต่ข่าวดีคือภาวะเหล่านี้ป้องกันได้ง่ายมากแค่มาพบคุณหมอเร็วๆ ค่ะ เพราะถ้านำสิ่งแปลกปลอมออกตั้งแต่ยังไม่มีการติดเชื้อ ส่วนใหญ่ก็หายเป็นปกติได้ดี หลักง่ายๆ คือ ยิ่งเอาออกเร็วยิ่งลดความเสี่ยง จึงไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ด้วยความอายหรือหวังว่าจะหลุดออกมาเองค่ะ


ตรวจภายใน นำสิ่งแปลกปลอมออกจากช่องคลอด

สัญญาณที่ควรพบสูตินรีแพทย์ และเมื่อไหร่ถือว่าฉุกเฉิน


ควรเข้าพบแพทย์เมื่อมีอาการเหล่านี้ ร่วมกับรู้หรือสงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมค้างในช่องคลอด


  • รู้สึกมีวัตถุค้างอยู่ แต่ใช้นิ้วเขี่ยออกเองไม่ได้ หรือคลำไม่เจอ

  • ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็นรุนแรง หรือสีเปลี่ยนไป

  • เจ็บ ระคายเคือง หรือมีเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด

  • ถุงยางหลุดและกังวลเรื่องตั้งครรภ์หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์


สัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที (ฉุกเฉิน): ไข้สูง อาเจียน ผื่นแดงทั่วตัว ปวดท้องน้อยรุนแรง หรือเวียนหัวคล้ายจะเป็นลม เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อรุนแรงหรือ TSS ค่ะ


เอาสิ่งแปลกปลอมออกเองได้ไหม และสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด


ตอบตรงๆ คือ ทางที่ปลอดภัยและสบายใจที่สุดคือให้สูตินรีแพทย์เป็นคนนำออกให้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแปลกปลอมชนิดไหนหรือเกิดจากสาเหตุใด เพราะคุณหมอจะมองเห็นตำแหน่งชัดเจน นำออกได้หมดโดยไม่ทำให้บาดเจ็บ และยังตรวจดูให้ด้วยว่ามีแผลหรือการอักเสบที่ต้องดูแลต่อหรือไม่


ในกรณีที่วัตถุอยู่ตื้นมากและคลำเจอชัดเจน บางคนอาจลองล้างมือให้สะอาดแล้วใช้นิ้วเขี่ยออกเบาๆ ได้ แต่ถ้าลองครั้งแรกแล้วไม่ออก คลำไม่เจอ หรือไม่แน่ใจ ขอให้หยุดแล้วมาพบคุณหมอ อย่าฝืนต่อนะคะ เพราะการฝืนมีแต่จะดันให้ของเลื่อนลึกขึ้นและเจ็บตัวเปล่า


สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด เพราะเสี่ยงบาดเจ็บและติดเชื้อก็คือ

  • ใช้คีม แหนบ ตะเกียบ หรืออุปกรณ์ใดๆ คีบออกเอง เพราะเสี่ยงบาดผนังช่องคลอดและดันให้ลึกขึ้น

  • สวนล้างช่องคลอด (douching) เพื่อหวังให้หลุด เพราะยิ่งดันเชื้อและวัตถุขึ้นไปลึกค่ะ

  • ล้วงซ้ำๆ ด้วยความกลัว รีบร้อนหรือแรง ทำให้ผนังถลอกและบวม จนแพทย์เอาออกยากขึ้น

  • ปล่อยทิ้งไว้เพราะอาย โดยหวังว่าจะหลุดออกมาเอง


happybirth คลินิกตรวจภายใน นำสิ่งแปลกปลอมออกจากช่องคลอด

บริการตรวจภายในนำสิ่งแปลกปลอมออกจากช่องคลอด ที่ happybirth clinic


ที่ happybirth clinic เราเป็นคลินิกเฉพาะทางสูตินรีเวชที่ดูแลผู้หญิงโดยเฉพาะ ตรวจภายในและนำสิ่งแปลกปลอมออกจากช่องคลอดโดยสูตินรีแพทย์หญิง และที่อยากให้สบายใจคือ เจ้าหน้าที่ทุกคนในคลินิกเป็นผู้หญิงทั้งหมด คุณจึงมาเล่าอาการและเข้ารับการตรวจได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องเขินอายว่าจะต้องคุยเรื่องนี้กับใคร


เราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคนไข้เป็นอันดับแรก ดูแลทุกขั้นตอนอย่างนุ่มนวลและเป็นส่วนตัว ในบรรยากาศคลินิกที่สะอาดและปลอดภัย และเพราะเป็นคลินิกเฉพาะทาง คุณจึงไม่ต้องนั่งรอปะปนกับผู้ป่วยโรคอื่น คุณหมอจะประเมินและแจ้งค่าใช้จ่ายให้ทราบก่อนทำการรักษาทุกครั้ง ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงค่ะ


ตรวจภายใน นำสิ่งแปลกปลอมที่ค้างอยู่ในช่องคลอดออก ราคาเริ่มต้น 1700 บาท

โดยมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 1,700 บาท ซึ่งรวมค่าบริการแพทย์และคลินิกแล้ว (ยังไม่รวมค่ายาหากมีการจ่ายยาเพิ่มเติม)


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


รู้ได้อย่างไรว่ามีสิ่งแปลกปลอมค้างในช่องคลอด?

สัญญาณที่พบบ่อยคือ รู้สึกมีอะไรค้างหรือตุงในช่องคลอด ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ สีเปลี่ยนไป หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอย บางคนอาจเจ็บหรือระคายเคืองเวลาเดินหรือมีเพศสัมพันธ์ หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกับนึกได้ว่าอาจลืมถอดอะไรไว้ แนะนำให้มาให้คุณหมอตรวจดูค่ะ


สิ่งแปลกปลอมค้างในช่องคลอดจะหลุดเข้าไปในท้องหรือหายเข้าไปในตัวได้ไหม?

ไม่ได้ค่ะ ช่องคลอดเป็นอวัยวะปลายตัน ปลายสุดคือปากมดลูกที่มีรูเปิดเล็กมาก ของที่หลุดเข้าไปจึงค้างอยู่ในช่องคลอดเสมอ ไม่หายเข้าท้อง เพียงแต่อาจอยู่ลึกจนคลำเองไม่เจอ จึงไม่ต้องตกใจ แต่ก็ไม่ควรปล่อยไว้นานนะคะ


สิ่งแปลกปลอมค้างในช่องคลอดหลายวัน อันตรายไหม?

ยิ่งค้างนานยิ่งเสี่ยงติดเชื้อและอักเสบมากขึ้น เพราะกลายเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย บางคนที่ค้างไว้หลายวันเริ่มมีตกขาวกลิ่นเหม็นหรือปวดหน่วง แต่ข่าวดีคือถ้ารีบมาให้คุณหมอนำออกก่อนติดเชื้อรุนแรง ส่วนใหญ่ก็หายเป็นปกติได้ดีค่ะ


ถุงยางหลุดคาในช่องคลอด เอาออกยังไง?

หากอยู่ตื้นและคลำเจอ ลองล้างมือให้สะอาด นั่งยองๆ เบ่งเบาๆ แล้วใช้นิ้วเขี่ยออกได้ แต่ถ้าอยู่ลึกหรือเอาออกไม่ได้ ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจภายในและนำออก ห้ามใช้คีมหรือแหนบคีบเอง และควรปรึกษาเรื่องยาคุมฉุกเฉินกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วยค่ะ


ถุงยางหลุดในช่องคลอดมีโอกาสท้องไหม?

มีโอกาสค่ะ หากกังวลเรื่องตั้งครรภ์ ควรพบแพทย์เพื่อพิจารณายาคุมฉุกเฉิน ซึ่งได้ผลดีที่สุดเมื่อรับประทานภายใน 72 ชั่วโมง และยังทานได้ถึง 120 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ ยิ่งเร็วยิ่งได้ผลดี


ลืมผ้าอนามัยแบบสอดไว้นานอันตรายไหม?

อันตรายได้ ผ้าอนามัยสอดที่ค้างนานเกิน 8 ชั่วโมงเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ และในกรณีที่พบน้อยมากอาจเกิดภาวะ Toxic Shock Syndrome (TSS) หากมีไข้สูง อาเจียน ท้องเสีย หรือผื่นแดงร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ทันทีค่ะ


ฟองน้ำลูกเจี๊ยบติดในช่องคลอด เอาออกเองไม่ได้ ทำยังไง?

ควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจภายในและนำออกให้ครบทุกชิ้น เพราะฟองน้ำมักฉีกขาดเป็นชิ้นเล็ก หากเหลือค้างไว้จะทำให้อักเสบและตกขาวมีกลิ่น การให้แพทย์ตรวจช่วยให้มั่นใจว่าไม่มีเศษตกค้างค่ะ


ถ้วยอนามัยติดในช่องคลอด เอาออกไม่ได้ ทำยังไง?

อย่าฝืนดึงแรงๆ นะคะ เพราะจะยิ่งเจ็บและอาจบาดผนังช่องคลอด วิธีที่ถูกคือใช้นิ้วบีบก้นถ้วยเพื่อปลดแรงดูดก่อนค่อยๆ ดึงออก แต่ถ้าถ้วยเลื่อนสูงจนคลำไม่ถึงหรือปลดแรงดูดเองไม่ได้ ควรมาให้คุณหมอช่วยนำออก ปลอดภัยและไม่เจ็บอย่างที่กลัว


คลำสายห่วงอนามัยไม่เจอ ห่วงหลุดไปไหนหรือเปล่า?

ห่วงไม่สามารถหลุดเข้าช่องท้องได้ในกรณีทั่วไป แต่สายอาจหดหายหรือห่วงเคลื่อนตำแหน่ง ไม่ควรล้วงหาเอง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจภายในและอัลตราซาวด์ยืนยันตำแหน่งห่วงค่ะ


นำสิ่งแปลกปลอมออกเจ็บไหม ใช้เวลานานแค่ไหน?

การนำสิ่งแปลกปลอมออกเป็นหัตถการที่ทำโดยสูตินรีแพทย์ตามมาตรฐานการแพทย์ จึงปลอดภัยและอ่อนโยน แพทย์จะใช้เครื่องมือที่สะอาดปลอดเชื้อตรวจเพื่อมองเห็นตำแหน่งชัดเจนและนำออกค่ะ


แพทย์ที่ตรวจและนำสิ่งแปลกปลอมออกเป็นผู้หญิงไหม ต้องอายไหม?

ไม่ต้องอายเลยค่ะ เป็นเคสที่สูตินรีแพทย์พบได้ทั่วไป ที่ happybirth clinic ตรวจและนำออกโดยสูตินรีแพทย์หญิง และเจ้าหน้าที่ทุกคนในคลินิกก็เป็นผู้หญิงทั้งหมด ในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว คุณจึงมาปรึกษาได้อย่างสบายใจ


นำสิ่งแปลกปลอมออกจากช่องคลอด ราคาเท่าไหร่?

ค่าบริการตรวจภายในและนำสิ่งแปลกปลอมออกเริ่มต้น 1,700 บาท รวมค่าบริการแพทย์และคลินิกแล้ว ยังไม่รวมค่ายาหากมีการจ่ายยา แพทย์จะประเมินและแจ้งราคาให้ทราบก่อนทำการรักษาทุกครั้ง ทักสอบถามก่อนเข้ามาได้ค่ะ


สรุป


สิ่งแปลกปลอมค้างในช่องคลอด ไม่ว่าจะเป็นถุงยางอนามัย ผ้าอนามัยแบบสอด ถ้วยอนามัย ฟองน้ำลูกเจี๊ยบ หรือห่วงอนามัย เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและไม่ใช่เรื่องน่าอาย สิ่งสำคัญคืออย่าฝืนเอาออกเองด้วยคีมหรือแหนบจนบาดเจ็บ เพราะยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งเสี่ยงติดเชื้อ และในกรณีรุนแรงอาจเกิดภาวะ TSS ได้


หากสงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมค้างในช่องคลอดและเอาออกเองไม่ได้ คำแนะนำที่ดีที่สุดคือปรึกษาสูตินรีแพทย์ เพื่อตรวจภายในและนำออกอย่างปลอดภัย พร้อมประเมินความเสี่ยงการติดเชื้อ การตั้งครรภ์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในเคสที่เกี่ยวข้อง


หากสนใจบริการนำสิ่งแปลกปลอมออกจากช่องคลอดโดยแพทย์หญิงของ happybirth clinic สามารถนัดมาปรึกษาตรวจได้ที่ คลินิกสูตินรีเวชแฮปปี้เบิร์ธ ทุกสาขา

 

เปิดให้บริการทุกวัน แนะนำให้เช็กคิวทางไลน์ @happybirth หรือโทรศัพท์ 081-442-9355 คุณหมอและเจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมดูแลคุณทุกวันค่ะ


 
 
bottom of page