top of page

คลินิกสูตินรีเวช ฝากครรภ์ ตรวจภายใน อัลตราซาวด์
สีลม    บ้านก้ามปูอโศก   รามคำแหง 26/1   ลาดกระบัง 54

ค้นหา

Papilocare vs Colpofix: เจล/สเปรย์ดูแล HPV ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี

รูปภาพนักเขียน: พญ. ฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง (หมอชะเอม)
พญ. ฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง (หมอชะเอม)
1 ธ.ค. 2568
ยาว 3 นาที

อัปเดตเมื่อ 9 ก.ย.

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบโดย พญ. ฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง คุณหมอสูตินรีเวชประจำ happybirth clinic


ตรวจเจอเชื้อ HPV? รู้จักเจลสเปรย์ Colpofix ตัวช่วยฟื้นฟูการติด HPV
Colpofix ตัวช่วยฟื้นฟูปากมดลูกจากการติดเชื้อ HPV

ฉีดวัคซีน HPV ไปแล้ว ดูแลตัวเองเต็มที่แล้ว แต่พอผลตรวจ Pap smear หรือ HPV ออกมายังเจอเชื้ออยู่ หรือพบเซลล์ผิดปกติเล็กน้อย (ในใบผลอาจเขียนว่า ASC-US หรือ LSIL) คุณหมอบอกว่า "ยังไม่ต้องรักษา แค่นัดตรวจติดตามอีกครั้ง" หลายคนกลับรู้สึกอึดอัดใจมากกว่าเดิม เพราะคำถามที่ตามมาคือ "แล้วระหว่างรอตรวจรอบหน้า เราทำอะไรได้บ้าง นั่งรอเฉยๆ แบบนี้เหรอ"


เราเข้าใจความรู้สึกนี้ดีค่ะ เพราะเป็นคำถามที่คนไข้ถามบ่อยมาก และคำตอบคือ ไม่ต้องนั่งรอเฉยๆ ค่ะ


ระหว่างช่วงเฝ้าติดตามนี้ มีตัวช่วยเสริมที่ใช้ควบคู่กับการตรวจตามนัดได้ นั่นคือ Papilocare (ปาปิโลแคร์) กับ Colpofix (คอลโปฟิกซ์) ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยินชื่อมาพร้อมกัน แล้วสงสัยว่าสองตัวนี้ต่างกันตรงไหน ควรเลือกตัวไหนดี บทความนี้ แฮปปี้เบิร์ธคลินิกจะพาไปทำความรู้จักทั้งสองตัวแบบเข้าใจง่ายค่ะ เรามีให้บริการทั้งสองตัว จึงตั้งใจเขียนให้ข้อมูลตรงไปตรงมา ไม่ได้เอียงไปทางไหน การเริ่มใช้ทั้งสองตัวต้องเริ่มจากการพบคุณหมอก่อนเสมอ เพื่อให้ได้ตัวที่เหมาะกับผลตรวจของคุณจริงๆ ค่ะ


ก่อนไปต่อ ขอชวนวางความกังวลหนักๆ ลงก่อนค่ะ การตรวจเจอเชื้อ HPV ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง ผู้หญิงส่วนใหญ่ร่างกายกำจัดเชื้อได้เองภายในหนึ่งถึงสองปี เชื้อนี้ยังแฝงตัวเงียบๆ ได้นานหลายปี การเจอวันนี้จึงบอกไม่ได้ว่าติดมาจากใครหรือเมื่อไหร่ ไม่ใช่หลักฐานว่าใครนอกใจใคร และต่อให้ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังเจอเชื้อได้ เพราะวัคซีนไม่ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่คุณหมอเจอทุกวัน ไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยค่ะ


Papilocare กับ Colpofix คืออะไร


พูดง่ายๆ ทั้งสองตัวเป็นนวัตกรรม "ตัวช่วยเสริม" ระหว่างที่ร่างกายกำลังจัดการเชื้อ HPV ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ HPV โดยตรง และไม่ได้มาแทนที่การตรวจติดตามตามนัดของแพทย์ค่ะ


ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ทำงานผ่านกลไกร่วมกันอยู่ 3 อย่างหลักๆ ค่ะ ไม่ใช่การฆ่าเชื้อ HPV โดยตรง แต่เป็นการ "เสริมสภาพแวดล้อม" ให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

  • สร้างเกราะบางๆ เคลือบผิวปากมดลูกที่บอบบางจากการอักเสบ ให้เนื้อเยื่อได้พักและซ่อมแซมตัวเอง

  • ปรับสมดุลจุลินทรีย์และความเป็นกรดด่างในช่องคลอด ไม่ให้เอื้อต่อเชื้อก่อโรค

  • ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อบริเวณนั้นได้ดีขึ้น


Papilocare และ Colpofix ทั้งคู่อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เหมือนกัน ต่างกันที่รูปแบบการใช้และส่วนผสมเฉพาะตัว ซึ่งจะพาไปดูรายละเอียดแต่ละตัวต่อไปค่ะ


ทั้งสองตัวใช้เมื่อผลตรวจพบเชื้อ HPV ร่วมกับความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกในระดับที่ยังไม่รุนแรง เช่น ASC-US หรือ LSIL ซึ่งเป็นช่วงที่คุณหมอมักแนะนำให้ "เฝ้าติดตาม" มากกว่าจะรีบรักษาด้วยหัตถการทันที การใช้เจลหรือสเปรย์เสริมในช่วงนี้จึงเป็นทางเลือกที่คุณหมอมักแนะนำให้ลองควบคู่ไปด้วยค่ะ


ส่วนถ้าผลตรวจของคุณอยู่ในระดับที่รุนแรงกว่านั้น เช่น HSIL หรือ CIN2 ขึ้นไป ทั้งสองตัวนี้ไม่ใช่คำตอบนะคะ ยังจำเป็นต้องตรวจเพิ่มด้วยการส่องกล้องขยายปากมดลูก (Colposcopy) และรักษาตามแนวทางมาตรฐานเสมอ


ก่อนเริ่มใช้ มีเรื่องต้องรู้แค่นิดเดียวค่ะ ทั้งสองตัวใช้ได้เฉพาะคนที่ผ่านการตรวจ Pap smear หรือ HPV มาแล้ว และผลอยู่ในระดับต้น (ASC-US หรือ LSIL) เท่านั้น ถ้าผลเป็น HSIL หรือ CIN2 ขึ้นไป ต้องคุยกับคุณหมอเรื่องส่องกล้องแทนนะคะ ส่วนจะเริ่มตัวไหน ให้คุณหมอเป็นคนเลือกจากผลตรวจของคุณ ไม่ต้องเลือกเองจากบทความนี้ค่ะ วันนัดแค่พกใบผลมาด้วย คุณหมอจะแนะนำได้เร็วและตรงจุดขึ้นเยอะเลย


เหมาะกับใคร ใครควรเริ่มคุยกับคุณหมอเรื่องนี้


กลุ่มที่เรามักแนะนำให้ใช้ตัวช่วยเสริมกลุ่มนี้ค่ะ

  • ตรวจเจอเชื้อ HPV แต่เซลล์ยังปกติ และอยากดูแลตัวเองเพิ่มระหว่างรอตรวจซ้ำ ไม่อยากนั่งรอเฉยๆ

  • พบเซลล์ผิดปกติเล็กน้อย (ASC-US หรือ LSIL) ที่คุณหมอให้เฝ้าติดตามอาการ ยังไม่ต้องรักษาด้วยหัตถการ

  • ฉีดวัคซีนแล้วแต่ยังตรวจเจอเชื้อ และอยากเสริมการดูแลควบคู่ไปกับการตรวจตามนัด


ส่วนกลุ่มนี้ ยังไม่ใช่คำตอบ หรือต้องให้คุณหมอประเมินก่อนค่ะ

  • ผลตรวจอยู่ในระดับรุนแรง (HSIL หรือ CIN2 ขึ้นไป) กลุ่มนี้ต้องส่องกล้องตรวจเพิ่มและรักษาตามมาตรฐาน ใช้เจลหรือสเปรย์แทนไม่ได้ค่ะ

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ต้องให้คุณหมอประเมินเป็นรายคนก่อนค่ะ

  • ยังไม่เคยตรวจคัดกรองเลย แบบนี้ต้องตรวจก่อน ถึงจะรู้ว่าเหมาะกับตัวช่วยกลุ่มนี้ไหม


ไม่ว่าจะอยู่กลุ่มไหน จุดเริ่มต้นเหมือนกันค่ะ คือเอาผลตรวจมาคุยกับคุณหมอ แล้วให้คุณหมอเป็นคนเริ่มยาให้ตรงกับผลของคุณ


Colpofix VS Papilocare


อยากได้ภาพรวมไวๆ ก่อนอ่านละเอียด ดูตารางนี้ก่อนได้เลยค่ะ



Colpofix

Papilocare

รูปแบบ

สเปรย์เจล พ่นทางช่องคลอด

เจลสอดทางช่องคลอด

ส่วนประกอบเด่น

Polycarbofil, carboxymethyl beta-glucan

สารสกัดเห็ด Coriolus versicolor, hyaluronic acid, โพรไบโอติก

ทำงานยังไง

สร้างฟิล์มเคลือบปกป้องปากมดลูก กระตุ้นเนื้อเยื่อใหม่

ปรับสมดุลจุลินทรีย์ในช่องคลอด ช่วยซ่อมแซมเยื่อบุผิว

งานวิจัยรองรับ

ข้อมูลการใช้จริงในโรงพยาบาลอิตาลี กว่าพันราย

งานวิจัยเปรียบเทียบโดยตรงหลายฉบับในยุโรป

ใช้ยังไง

พ่นก่อนนอนวันละครั้ง ขวดละ ~10 วัน

สอดเจลก่อนนอน 21 วันแรกทุกวัน แล้ววันเว้นวัน

ใช้นานแค่ไหน

อย่างน้อย 1 เดือน ตามแผนแพทย์

6-12 เดือน

ราคาที่ happybirth

5,600฿ ต่อคอร์ส 20 วัน รวมค่าแพทย์แล้ว

5,600฿ ต่อคอร์ส 20 วัน รวมค่าแพทย์แล้ว


ราคาเท่ากันทั้งคู่ ดังนั้นสิ่งที่ควรใช้ตัดสินใจจริงๆ คือรูปแบบการใช้ที่ถนัดกว่า กับความมั่นใจในงานวิจัยที่รองรับ ไม่ใช่ราคาค่ะ


ตรวจเจอเชื้อ HPV แล้วทำยังไง? รักษา HPV ด้วยเจลสเปรย์ Colpofix
Colpofix ตัวช่วยเสริมประสิทธิภาพในการดูแล HPV (image source : colpofix.com)

Colpofix คืออะไร ใช้ยังไง


Colpofix เป็นสเปรย์เจลสำหรับพ่นดูแลปากมดลูกและช่องคลอดค่ะ ใช้เสริมหลังตรวจเจอ HPV หรือผลปากมดลูกผิดปกติระดับต้น จุดเด่นของ Colpofix คือใช้ง่ายและเร็ว พ่นวันละครั้งก่อนนอน ครั้งละไม่กี่วินาที พอสัมผัสผนังช่องคลอด เนื้อสเปรย์จะเปลี่ยนเป็นเจลเคลือบอยู่กับที่ ไม่ไหลย้อนออกมาเลอะเทอะ ขวดหนึ่งใช้ได้ประมาณ 10 วันค่ะ


ส่วนผสมหลักคือสารในกลุ่ม polycarbofil และ carboxymethyl beta-glucan ซึ่งทำหน้าที่เหมือน "ฟิล์มปกป้อง" เคลือบผิวปากมดลูก ช่วยให้เนื้อเยื่อที่บอบบางได้พักและซ่อมแซมตัวเอง พร้อมปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในช่องคลอดให้เหมาะสมขึ้นด้วยค่ะ


ระยะเวลาที่ต้องใช้ขั้นต่ำอยู่ที่ 1 เดือน ส่วนใหญ่คุณหมอจะประเมินและปรับแผนตามการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน ไม่มีสูตรตายตัวว่าต้องใช้กี่เดือนค่ะ


เรื่องความน่าเชื่อถือ Colpofix มีข้อมูลจากการใช้จริงในโรงพยาบาลที่อิตาลีรวมกันมากกว่าพันราย พบว่าช่วยให้เซลล์ที่ผิดปกติระดับต้นฟื้นตัวได้ดีขึ้นเมื่อใช้ควบคู่กับการติดตามของคุณหมอ (แหล่งอ้างอิงอยู่ท้ายบทความค่ะ)


ราคาและโปรแกรมการรักษาด้วย Colpofix ที่ happybirth clinic

สำหรับสาวๆ ที่ได้รับการประเมินจากสูตินรีแพทย์แล้วว่าเหมาะสมกับการใช้วิธีนี้ เรามีโปรแกรมดูแลที่ครอบคลุม:

แพ็กเกจดูแลด้วย Colpofix เมื่อพบเชื้อ HPV ระยะเริ่มต้น

ราคาเริ่มต้น 5,600 บาท


สิ่งที่ได้รับในโปรแกรม:

  • ค่าบริการทางการแพทย์ในการตรวจประเมินและให้คำแนะนำ

  • ผลิตภัณฑ์เจลสเปรย์ Colpofix สำหรับพ่นต่อเนื่อง

  • การวางแผนติดตามผลโดยสูตินรีแพทย์เฉพาะทาง

หมายเหตุ: ระยะเวลาการรักษาต่อเนื่องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกาย



happybirth clinic พร้อมดูแลเคสที่ตรวจเจอเชื้อ HPV โดยสูตินรีแพทย์หญิงเฉพาะทาง
happybirth clinic พร้อมดูแลคุณ โดยสูตินรีแพทย์หญิง
ปาปิโลแคร์ (Papilocare) เจลเสริมประสิทธิภาพในการดูแล HPV (image source : papilocare.com)
ปาปิโลแคร์ (Papilocare) เจลเสริมประสิทธิภาพในการดูแล HPV (image source : papilocare.com)


Papilocare คืออะไร ใช้ยังไง


Papilocare เป็นเจลสอดทางช่องคลอด ใช้เสริมดูแลในช่วงเวลาเดียวกันกับ Colpofix คือหลังตรวจเจอ HPV หรือผล Pap smear ผิดปกติระดับต้น จุดเด่นของ Papilocare คือมีงานวิจัยรองรับจากสเปนและอิตาลี รวมคนที่เข้าร่วมวิจัยเกือบ 700 คนค่ะ


ส่วนผสมหลักมาจากสารสกัดเห็ด Coriolus versicolor ซึ่งมีข้อมูลว่าช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อบริเวณนั้นได้ดีขึ้น ผสมกับ hyaluronic acid ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น สารสกัดจากใบสะเดา ว่านหางจระเข้ ใบบัวบก ที่ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อ และโพรไบโอติกที่ช่วยเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีในช่องคลอด ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ร่างกายกำจัดเชื้อ HPV ได้ง่ายขึ้นค่ะ


งานวิจัยในยุโรปหลายฉบับติดตามคนไข้ที่ใช้ต่อเนื่อง 6-12 เดือน พบว่ากลุ่มที่ใช้ Papilocare มีแนวโน้มกำจัดเชื้อได้ดีกว่า และเซลล์ที่ผิดปกติฟื้นตัวได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ใช้อย่างเห็นได้ชัด (แหล่งอ้างอิงอยู่ท้ายบทความค่ะ) ทั้งนี้ผลลัพธ์ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและความสม่ำเสมอในการใช้ค่ะ


วิธีใช้คือสอดเจลก่อนนอนด้วยอุปกรณ์ช่วยสอดที่มาพร้อมผลิตภัณฑ์ ช่วงแรกใช้ทุกวันติดต่อกัน 21 วัน (เว้นช่วงมีประจำเดือน) หลังจากนั้นคุณหมอมักปรับเป็นวันเว้นวัน ใช้ต่อเนื่องรวมประมาณ 6 เดือน นานกว่า Colpofix แต่แลกกับข้อมูลวิจัยที่ติดตามผลได้ยาวกว่า ความสม่ำเสมอในการใช้มีผลต่อผลลัพธ์พอสมควรค่ะ


ราคาและโปรแกรมการรักษาด้วย Papilocare ที่ happybirth clinic


สำหรับสาวๆ ที่ได้รับการประเมินจากสูตินรีแพทย์แล้วว่าเหมาะสมกับการใช้วิธีนี้ เรามีโปรแกรมดูแลที่ครอบคลุม:

แพ็กเกจดูแลด้วย Papilocare เมื่อพบเชื้อ HPV ระยะเริ่มต้น

ราคาเริ่มต้น 5,600 บาท


สิ่งที่ได้รับในโปรแกรม:

  • ค่าบริการทางการแพทย์ในการตรวจประเมินและให้คำแนะนำ

  • ผลิตภัณฑ์เจล Papilocare

  • การวางแผนติดตามผลโดยสูตินรีแพทย์เฉพาะทาง

หมายเหตุ: ระยะเวลาการรักษาต่อเนื่องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกาย




แล้วควรเลือกตัวไหน


เพราะราคาเท่ากัน จุดตัดสินใจจริงๆ จึงอยู่ที่ไลฟ์สไตล์และสิ่งที่คุณให้น้ำหนักมากกว่าค่ะ


ถ้าอยากได้ตัวที่มีงานวิจัยรองรับเยอะ และพร้อมใช้ต่อเนื่องระยะยาวโดยไม่รีบร้อน Papilocare อาจตอบโจทย์กว่า


ถ้าอยากได้ตัวที่ใช้ง่าย รวดเร็ว และอยากเห็นแผนที่กระชับกว่า Colpofix อาจเหมาะกับคุณมากกว่า


แต่คำแนะนำที่แม่นที่สุดจริงๆ ต้องมาจากคุณหมอที่เห็นผลตรวจของคุณโดยตรงนะคะ เพราะรายละเอียดของรอยโรค ความเสี่ยง และสุขภาพของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บทความนี้ให้แค่ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อให้คุณคุยกับคุณหมอได้ตรงจุดขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคลค่ะ


ข้อควรระวัง สิ่งที่เจลหรือสเปรย์ไม่ได้แทนที่
อยากย้ำเรื่องนี้ให้ชัดเจนค่ะ เพราะสำคัญกับความปลอดภัยของคุณ ทั้ง Papilocare และ Colpofix เป็นตัวช่วยเสริมสำหรับรอยโรคระดับต้นเท่านั้น หากผลตรวจของคุณอยู่ในระดับ HSIL หรือ CIN2 ขึ้นไป จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมด้วยการส่องกล้องขยายปากมดลูกและเข้ารับการรักษาตามแนวทางมาตรฐาน การใช้เจลหรือสเปรย์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทดแทนขั้นตอนเหล่านี้ได้
ผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัวควรใช้ภายใต้คำแนะนำของคุณหมอเท่านั้น ไม่ควรซื้อมาใช้เองโดยไม่ผ่านการตรวจประเมินก่อน เพราะอาจทำให้พลาดจังหวะที่ควรได้รับการรักษาที่เหมาะสมกับระดับความรุนแรงของรอยโรคค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้ อย่าเพิ่งไปหาซื้อเองนะคะ


เราเข้าใจว่าพออ่านชื่อ Papilocare หรือ Colpofix แล้ว หลายคนอยากลองค้นหาซื้อเองจากร้านขายยาหรือทางออนไลน์ เพราะดูสะดวกกว่าการนัดหมอ แต่เราอยากขอร้องให้อย่าทำแบบนั้นค่ะ


เหตุผลคือทั้งสองตัวนี้ต้องเลือกให้ตรงกับผลตรวจของคุณเท่านั้น ทั้งระดับความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกและสายพันธุ์ HPV ที่ตรวจพบ ถ้าเลือกผิดตัวหรือผิดจังหวะ นอกจากจะไม่ได้ผลตามที่หวัง ยังอาจทำให้คุณเข้าใจผิดว่าดูแลตัวเองเพียงพอแล้ว จนพลาดช่วงเวลาที่ควรได้ตรวจเพิ่มเติมหรือรักษาด้วยวิธีอื่นไปโดยไม่รู้ตัว


อีกอย่างคือของที่ขายกันเองออนไลน์ ไม่มีใครรับประกันว่าเป็นของแท้หรือเก็บรักษามาถูกต้องค่ะ การเริ่มยาทั้งสองตัวนี้ควรเริ่มที่คุณหมอ ให้คุณหมอดูผลตรวจแล้วจ่ายให้ตรงจุด ปลอดภัยและคุ้มค่ากว่าแน่นอนค่ะ


FAQs: คำถามคาใจเมื่อตรวจพบเชื้อ HPV

เมื่อรู้ผลตรวจ หลายคนมักมีความกังวลใจและมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ทีมแพทย์ happybirth clinic รวบรวมคำตอบของคำถามยอดฮิตมาไขข้อข้องใจให้ค่ะ


Papilocare กับ Colpofix ใช้พร้อมกันได้ไหม

ตอบ: โดยทั่วไปคุณหมอจะแนะนำให้ใช้ตัวใดตัวหนึ่งตามการประเมินอาการ ไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้ร่วมกันค่ะ ควรปรึกษาคุณหมอก่อนตัดสินใจ


ใช้แล้วเจ็บหรือระคายเคืองไหม

ตอบ: ส่วนใหญ่ใช้ได้สบายค่ะ มีบางคนระคายเคืองเล็กน้อยช่วงแรกและมักหายได้เอง แต่ถ้าระคายเคืองมากหรือไม่หาย ให้หยุดใช้แล้วแจ้งคุณหมอทันทีค่ะ


ใช้ระหว่างมีประจำเดือนได้ไหม

ตอบ: โดยทั่วไปให้หยุดใช้ช่วงมีประจำเดือน แล้วกลับมาใช้ต่อเมื่อประจำเดือนหมดค่ะ ทั้งนี้ให้ยึดตามแผนที่คุณหมอแนะนำเป็นหลักนะคะ


ใช้แล้วมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม ใช้คู่กับถุงยางได้ไหม

ตอบ: ใช้ชีวิตคู่ได้ตามปกติค่ะ ทั้งสองตัวใช้ร่วมกับถุงยางอนามัยได้ และคุณหมอแนะนำให้ใช้ถุงยางระหว่างนี้ด้วย เพื่อลดการรับ-ส่งเชื้อเพิ่ม ส่วนจังหวะเวลาที่เหมาะสมหลังใช้แต่ละครั้ง ถามคุณหมอตอนรับยาได้เลยค่ะ


ใช้แล้วหาย HPV เลยไหม

ตอบ: ทั้งสองตัวไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ HPV โดยตรงค่ะ แต่ช่วยปรับสภาพแวดล้อมและกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ซึ่งงานวิจัยพบว่าช่วยเพิ่มโอกาสให้ร่างกายกำจัดเชื้อได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับการไม่ใช้อะไรเลย ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละคน


ราคาที่ happybirth เท่าไหร่ รวมอะไรบ้าง

ตอบ: ทั้งสองตัวราคาเท่ากันที่ 5,600 บาทต่อคอร์ส 20 วัน รวมค่าแพทย์แล้วค่ะ ระยะเวลาที่ต้องใช้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับแผนที่คุณหมอประเมิน


ต้องตรวจอะไรก่อนถึงจะเริ่มใช้ได้

ตอบ: ต้องผ่านการตรวจคัดกรองปากมดลูก เช่น Pap smear หรือ HPV DNA test และให้คุณหมอประเมินระดับความรุนแรงของรอยโรคก่อนเสมอค่ะ


ใช้กี่เดือนถึงจะเห็นผล ต้องตรวจซ้ำตอนไหน

ตอบ: ระยะเวลาที่ใช้ในการติดตามผลแตกต่างกันตามแผนที่คุณหมอกำหนด โดยทั่วไปจะมีการนัดตรวจซ้ำเพื่อประเมินผลเป็นระยะ ควรปฏิบัติตามนัดของคุณหมออย่างเคร่งครัดนะคะ


เหมาะกับรอยโรคระดับไหน ระดับไหนใช้ไม่ได้

ตอบ: เหมาะกับรอยโรคระดับต้น เช่น ASC-US หรือ LSIL ไม่เหมาะสำหรับรอยโรคระดับสูงอย่าง HSIL หรือ CIN2 ขึ้นไป ซึ่งต้องรักษาด้วยวิธีอื่นตามมาตรฐานค่ะ


กำลังตั้งครรภ์ หรือวางแผนมีลูก ใช้ได้ไหม

ตอบ: ต้องแจ้งคุณหมอก่อนเริ่มใช้เสมอค่ะ เพราะข้อมูลในกลุ่มคุณแม่ตั้งครรภ์ยังจำกัด คุณหมอจะประเมินให้เป็นรายคนว่าเหมาะสมหรือควรรอก่อนค่ะ


เห็นมีขายออนไลน์ ซื้อมาใช้เองได้ไหม

ตอบ: มีขายออนไลน์จริงค่ะ แต่ไม่แนะนำให้ซื้อใช้เองเลย เพราะไม่มีใครดูผลตรวจของคุณว่าเหมาะกับตัวไหน ควรเริ่มตอนนี้ไหม หรือจริงๆ ควรตรวจเพิ่มก่อน อีกทั้งของที่ขายออนไลน์เสี่ยงเจอของปลอมหรือเก็บรักษาไม่ถูกต้อง ให้คุณหมอเป็นคนเริ่มยาให้ ปลอดภัยกว่าค่ะ



คลินิกสูตินรีเวช happybirth พร้อมดูแลสาวๆ ที่ตรวจเจอเชื้อ HPV ครบวงจร
happybirth clinic คลินิกสูตินรีเวช

นัดหมายเพื่อตรวจประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณ

หากคุณตรวจพบเชื้อ HPV หรือมีความกังวลใจเกี่ยวกับสุขภาพนรีเวช ไม่จำเป็นต้องแบกรับความกังวลไว้เพียงลำพังค่ะ ที่ happybirth clinic เราพร้อมให้การดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจคัดกรอง การตรวจหารอยโรค และการวางแผนรักษา HPV ที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ รวมถึงการให้คำแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์ Colpofix อย่างถูกวิธี ดูแลสุขภาพภายในให้มั่นใจ ด้วยการตรวจประเมินที่แม่นยำจากทีมแพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญ


สามารถนัดมาปรึกษาตรวจได้ที่ คลินิกสูตินรีเวชแฮปปี้เบิร์ธ ทุกสาขา

 

เปิดให้บริการทุกวัน แนะนำให้เช็กคิวทางไลน์ @happybirth หรือโทรศัพท์ 081-442-9355 คุณหมอและเจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมดูแลคุณทุกวันค่ะ



อ่านเพิ่มเติม

อ้างอิง

  1. Effect of coriolus versicolor-based vaginal gel on clearance of HPV and cervical dysplasia BMC Women's Health

  2. Clinical evidence on a Coriolus versicolor-based vaginal gel for HPV-related cervical disease Chinese Clinical Oncology

  3. Papilobs Real-Life Prospective Study PMC

  4. Efficacy of carboxymethyl beta-glucan in cervical intraepithelial neoplasia (Stentella et al., 2017) PubMed

  5. Effects on Vaginal Microbiota Restoration and Cervical Epithelialization in HPV-Positive Patients (Lavitola et al., 2020) PMC

 
 
bottom of page