top of page

คลินิกสูตินรีเวช ฝากครรภ์ ตรวจภายใน อัลตราซาวด์
สีลม    บ้านก้ามปูอโศก   รามคำแหง 26/1   ลาดกระบัง 54

ค้นหา

Papilocare vs Colpofix: เจล/สเปรย์ดูแล HPV ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี

  • รูปภาพนักเขียน: พญ. ฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง (หมอชะเอม)
    พญ. ฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง (หมอชะเอม)
  • 1 ธ.ค. 2568
  • ยาว 3 นาที

อัปเดตเมื่อ 7 นาทีที่ผ่านมา

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบโดย พญ. ฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง คุณหมอสูตินรีเวชประจำ happybirth clinic


ตรวจเจอเชื้อ HPV? รู้จักเจลสเปรย์ Colpofix ตัวช่วยฟื้นฟูการติด HPV
Colpofix ตัวช่วยฟื้นฟูปากมดลูกจากการติดเชื้อ HPV

ฉีดวัคซีน HPV ไปแล้ว ดูแลตัวเองเต็มที่แล้ว แต่พอผลตรวจ Pap smear หรือ HPV ออกมายังเจอเชื้ออยู่ หรือพบเซลล์ผิดปกติเล็กน้อย (ในใบผลอาจเขียนว่า ASC-US หรือ LSIL) คุณหมอบอกว่า "ยังไม่ต้องรักษา แค่นัดตรวจติดตามอีกครั้ง" หลายคนกลับรู้สึกอึดอัดใจมากกว่าเดิม เพราะคำถามที่ตามมาคือ "แล้วระหว่างรอตรวจรอบหน้า เราทำอะไรได้บ้าง นั่งรอเฉยๆ แบบนี้เหรอ"


เราเข้าใจความรู้สึกนี้ดีค่ะ เพราะเป็นคำถามที่คนไข้ถามบ่อยมาก และคำตอบคือ ไม่ต้องนั่งรอเฉยๆ ค่ะ


ระหว่างช่วงเฝ้าติดตามนี้ มีตัวช่วยเสริมที่ใช้ควบคู่กับการตรวจตามนัดได้ นั่นคือ Papilocare (ปาปิโลแคร์) กับ Colpofix (คอลโปฟิกซ์) ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยินชื่อมาพร้อมกัน แล้วสงสัยว่าสองตัวนี้ต่างกันตรงไหน ควรเลือกตัวไหนดี บทความนี้ แฮปปี้เบิร์ธคลินิกจะพาไปทำความรู้จักทั้งสองตัวแบบเข้าใจง่ายค่ะ เรามีให้บริการทั้งสองตัว จึงตั้งใจเขียนให้ข้อมูลตรงไปตรงมา ไม่ได้เอียงไปทางไหน การเริ่มใช้ทั้งสองตัวต้องเริ่มจากการพบคุณหมอก่อนเสมอ เพื่อให้ได้ตัวที่เหมาะกับผลตรวจของคุณจริงๆ ค่ะ


ก่อนไปต่อ ขอชวนวางความกังวลหนักๆ ลงก่อนค่ะ การตรวจเจอเชื้อ HPV ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง ผู้หญิงส่วนใหญ่ร่างกายกำจัดเชื้อได้เองภายในหนึ่งถึงสองปี เชื้อนี้ยังแฝงตัวเงียบๆ ได้นานหลายปี การเจอวันนี้จึงบอกไม่ได้ว่าติดมาจากใครหรือเมื่อไหร่ ไม่ใช่หลักฐานว่าใครนอกใจใคร และต่อให้ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังเจอเชื้อได้ เพราะวัคซีนไม่ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่คุณหมอเจอทุกวัน ไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยค่ะ


Papilocare กับ Colpofix คืออะไร


พูดง่ายๆ ทั้งสองตัวเป็นนวัตกรรม "ตัวช่วยเสริม" ระหว่างที่ร่างกายกำลังจัดการเชื้อ HPV ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ HPV โดยตรง และไม่ได้มาแทนที่การตรวจติดตามตามนัดของแพทย์ค่ะ


ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ทำงานผ่านกลไกร่วมกันอยู่ 3 อย่างหลักๆ ค่ะ ไม่ใช่การฆ่าเชื้อ HPV โดยตรง แต่เป็นการ "เสริมสภาพแวดล้อม" ให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

  • สร้างเกราะบางๆ เคลือบผิวปากมดลูกที่บอบบางจากการอักเสบ ให้เนื้อเยื่อได้พักและซ่อมแซมตัวเอง

  • ปรับสมดุลจุลินทรีย์และความเป็นกรดด่างในช่องคลอด ไม่ให้เอื้อต่อเชื้อก่อโรค

  • ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อบริเวณนั้นได้ดีขึ้น


Papilocare และ Colpofix ทั้งคู่อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เหมือนกัน ต่างกันที่รูปแบบการใช้และส่วนผสมเฉพาะตัว ซึ่งจะพาไปดูรายละเอียดแต่ละตัวต่อไปค่ะ


ทั้งสองตัวใช้เมื่อผลตรวจพบเชื้อ HPV ร่วมกับความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกในระดับที่ยังไม่รุนแรง เช่น ASC-US หรือ LSIL ซึ่งเป็นช่วงที่คุณหมอมักแนะนำให้ "เฝ้าติดตาม" มากกว่าจะรีบรักษาด้วยหัตถการทันที การใช้เจลหรือสเปรย์เสริมในช่วงนี้จึงเป็นทางเลือกที่คุณหมอมักแนะนำให้ลองควบคู่ไปด้วยค่ะ


ส่วนถ้าผลตรวจของคุณอยู่ในระดับที่รุนแรงกว่านั้น เช่น HSIL หรือ CIN2 ขึ้นไป ทั้งสองตัวนี้ไม่ใช่คำตอบนะคะ ยังจำเป็นต้องตรวจเพิ่มด้วยการส่องกล้องขยายปากมดลูก (Colposcopy) และรักษาตามแนวทางมาตรฐานเสมอ


ก่อนเริ่มใช้ มีเรื่องต้องรู้แค่นิดเดียวค่ะ ทั้งสองตัวใช้ได้เฉพาะคนที่ผ่านการตรวจ Pap smear หรือ HPV มาแล้ว และผลอยู่ในระดับต้น (ASC-US หรือ LSIL) เท่านั้น ถ้าผลเป็น HSIL หรือ CIN2 ขึ้นไป ต้องคุยกับคุณหมอเรื่องส่องกล้องแทนนะคะ ส่วนจะเริ่มตัวไหน ให้คุณหมอเป็นคนเลือกจากผลตรวจของคุณ ไม่ต้องเลือกเองจากบทความนี้ค่ะ วันนัดแค่พกใบผลมาด้วย คุณหมอจะแนะนำได้เร็วและตรงจุดขึ้นเยอะเลย


เหมาะกับใคร ใครควรเริ่มคุยกับคุณหมอเรื่องนี้


กลุ่มที่เรามักแนะนำให้ใช้ตัวช่วยเสริมกลุ่มนี้ค่ะ

  • ตรวจเจอเชื้อ HPV แต่เซลล์ยังปกติ และอยากดูแลตัวเองเพิ่มระหว่างรอตรวจซ้ำ ไม่อยากนั่งรอเฉยๆ

  • พบเซลล์ผิดปกติเล็กน้อย (ASC-US หรือ LSIL) ที่คุณหมอให้เฝ้าติดตามอาการ ยังไม่ต้องรักษาด้วยหัตถการ

  • ฉีดวัคซีนแล้วแต่ยังตรวจเจอเชื้อ และอยากเสริมการดูแลควบคู่ไปกับการตรวจตามนัด


ส่วนกลุ่มนี้ ยังไม่ใช่คำตอบ หรือต้องให้คุณหมอประเมินก่อนค่ะ

  • ผลตรวจอยู่ในระดับรุนแรง (HSIL หรือ CIN2 ขึ้นไป) กลุ่มนี้ต้องส่องกล้องตรวจเพิ่มและรักษาตามมาตรฐาน ใช้เจลหรือสเปรย์แทนไม่ได้ค่ะ

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ต้องให้คุณหมอประเมินเป็นรายคนก่อนค่ะ

  • ยังไม่เคยตรวจคัดกรองเลย แบบนี้ต้องตรวจก่อน ถึงจะรู้ว่าเหมาะกับตัวช่วยกลุ่มนี้ไหม


ไม่ว่าจะอยู่กลุ่มไหน จุดเริ่มต้นเหมือนกันค่ะ คือเอาผลตรวจมาคุยกับคุณหมอ แล้วให้คุณหมอเป็นคนเริ่มยาให้ตรงกับผลของคุณ


Papilocare vs Colpofix


อยากได้ภาพรวมไวๆ ก่อนอ่านละเอียด ดูตารางนี้ก่อนได้เลยค่ะ


ราคาเท่ากันทั้งคู่ ดังนั้นสิ่งที่ควรใช้ตัดสินใจจริงๆ คือรูปแบบการใช้ที่ถนัดกว่า กับความมั่นใจในงานวิจัยที่รองรับ ไม่ใช่ราคาค่ะ


ตรวจเจอเชื้อ HPV แล้วทำยังไง? รักษา HPV ด้วยเจลสเปรย์ Colpofix
Colpofix ตัวช่วยเสริมประสิทธิภาพในการดูแล HPV (image source : colpofix.com)

Colpofix คืออะไร ใช้ยังไง


Colpofix เป็นสเปรย์เจลสำหรับพ่นดูแลปากมดลูกและช่องคลอดค่ะ ใช้เสริมหลังตรวจเจอ HPV หรือผลปากมดลูกผิดปกติระดับต้น จุดเด่นของ Colpofix คือใช้ง่ายและเร็ว พ่นวันละครั้งก่อนนอน ครั้งละไม่กี่วินาที พอสัมผัสผนังช่องคลอด เนื้อสเปรย์จะเปลี่ยนเป็นเจลเคลือบอยู่กับที่ ไม่ไหลย้อนออกมาเลอะเทอะ ขวดหนึ่งใช้ได้ประมาณ 10 วันค่ะ


ส่วนผสมหลักคือสารในกลุ่ม polycarbofil และ carboxymethyl beta-glucan ซึ่งทำหน้าที่เหมือน "ฟิล์มปกป้อง" เคลือบผิวปากมดลูก ช่วยให้เนื้อเยื่อที่บอบบางได้พักและซ่อมแซมตัวเอง พร้อมปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในช่องคลอดให้เหมาะสมขึ้นด้วยค่ะ


ระยะเวลาที่ต้องใช้ขั้นต่ำอยู่ที่ 1 เดือน ส่วนใหญ่คุณหมอจะประเมินและปรับแผนตามการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน ไม่มีสูตรตายตัวว่าต้องใช้กี่เดือนค่ะ


เรื่องความน่าเชื่อถือ Colpofix มีข้อมูลจากการใช้จริงในโรงพยาบาลที่อิตาลีรวมกันมากกว่าพันราย พบว่าช่วยให้เซลล์ที่ผิดปกติระดับต้นฟื้นตัวได้ดีขึ้นเมื่อใช้ควบคู่กับการติดตามของคุณหมอ (แหล่งอ้างอิงอยู่ท้ายบทความค่ะ)


ราคาและโปรแกรมการรักษาด้วย Colpofix ที่ happybirth clinic

สำหรับสาวๆ ที่ได้รับการประเมินจากสูตินรีแพทย์แล้วว่าเหมาะสมกับการใช้วิธีนี้ เรามีโปรแกรมดูแลที่ครอบคลุม:

แพ็กเกจดูแลด้วย Colpofix เมื่อพบเชื้อ HPV ระยะเริ่มต้น

ราคาเริ่มต้น 6,000 บาท


สิ่งที่ได้รับในโปรแกรม:

  • ค่าบริการทางการแพทย์ในการตรวจประเมินและให้คำแนะนำ

  • ผลิตภัณฑ์เจลสเปรย์ Colpofix สำหรับพ่นต่อเนื่อง (ระยะเวลา 1 เดือน)

  • การวางแผนติดตามผลโดยสูตินรีแพทย์เฉพาะทาง

หมายเหตุ: ระยะเวลาการรักษาต่อเนื่องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกาย



happybirth clinic พร้อมดูแลเคสที่ตรวจเจอเชื้อ HPV โดยสูตินรีแพทย์หญิงเฉพาะทาง
happybirth clinic พร้อมดูแลคุณ โดยสูตินรีแพทย์หญิง

Papilocare คืออะไร ใช้ยังไง


Papilocare เป็นเจลสอดทางช่องคลอด ใช้เสริมดูแลในช่วงเวลาเดียวกันกับ Colpofix คือหลังตรวจเจอ HPV หรือผล Pap smear ผิดปกติระดับต้น จุดเด่นของ Papilocare คือมีงานวิจัยรองรับจากสเปนและอิตาลี รวมคนที่เข้าร่วมวิจัยเกือบ 700 คนค่ะ


ส่วนผสมหลักมาจากสารสกัดเห็ด Coriolus versicolor ซึ่งมีข้อมูลว่าช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อบริเวณนั้นได้ดีขึ้น ผสมกับ hyaluronic acid ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น สารสกัดจากใบสะเดา ว่านหางจระเข้ ใบบัวบก ที่ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อ และโพรไบโอติกที่ช่วยเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีในช่องคลอด ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ร่างกายกำจัดเชื้อ HPV ได้ง่ายขึ้นค่ะ


งานวิจัยในยุโรปหลายฉบับติดตามคนไข้ที่ใช้ต่อเนื่อง 6-12 เดือน พบว่ากลุ่มที่ใช้ Papilocare มีแนวโน้มกำจัดเชื้อได้ดีกว่า และเซลล์ที่ผิดปกติฟื้นตัวได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ใช้อย่างเห็นได้ชัด (แหล่งอ้างอิงอยู่ท้ายบทความค่ะ) ทั้งนี้ผลลัพธ์ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและความสม่ำเสมอในการใช้ค่ะ


วิธีใช้คือสอดเจลก่อนนอนด้วยอุปกรณ์ช่วยสอดที่มาพร้อมผลิตภัณฑ์ ช่วงแรกใช้ทุกวันติดต่อกัน 21 วัน (เว้นช่วงมีประจำเดือน) หลังจากนั้นคุณหมอมักปรับเป็นวันเว้นวัน ใช้ต่อเนื่องรวมประมาณ 6 เดือน นานกว่า Colpofix แต่แลกกับข้อมูลวิจัยที่ติดตามผลได้ยาวกว่า ความสม่ำเสมอในการใช้มีผลต่อผลลัพธ์พอสมควรค่ะ


ราคาและโปรแกรมการรักษาด้วย Papilocare ที่ happybirth clinic

สำหรับสาวๆ ที่ได้รับการประเมินจากสูตินรีแพทย์แล้วว่าเหมาะสมกับการใช้วิธีนี้ เรามีโปรแกรมดูแลที่ครอบคลุม:

แพ็กเกจดูแลด้วย Papilocare เมื่อพบเชื้อ HPV ระยะเริ่มต้น

ราคาเริ่มต้น 5,600 บาท


สิ่งที่ได้รับในโปรแกรม:

  • ค่าบริการทางการแพทย์ในการตรวจประเมินและให้คำแนะนำ

  • ผลิตภัณฑ์เจลสเปรย์ Colpofix สำหรับพ่นต่อเนื่อง (ระยะเวลา 1 เดือน)

  • การวางแผนติดตามผลโดยสูตินรีแพทย์เฉพาะทาง

หมายเหตุ: ระยะเวลาการรักษาต่อเนื่องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกาย




แล้วควรเลือกตัวไหน


เพราะราคาเท่ากัน จุดตัดสินใจจริงๆ จึงอยู่ที่ไลฟ์สไตล์และสิ่งที่คุณให้น้ำหนักมากกว่าค่ะ


ถ้าอยากได้ตัวที่มีงานวิจัยรองรับเยอะ และพร้อมใช้ต่อเนื่องระยะยาวโดยไม่รีบร้อน Papilocare อาจตอบโจทย์กว่า


ถ้าอยากได้ตัวที่ใช้ง่าย รวดเร็ว และอยากเห็นแผนที่กระชับกว่า Colpofix อาจเหมาะกับคุณมากกว่า


แต่คำแนะนำที่แม่นที่สุดจริงๆ ต้องมาจากคุณหมอที่เห็นผลตรวจของคุณโดยตรงนะคะ เพราะรายละเอียดของรอยโรค ความเสี่ยง และสุขภาพของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บทความนี้ให้แค่ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อให้คุณคุยกับคุณหมอได้ตรงจุดขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคลค่ะ


ข้อควรระวัง สิ่งที่เจลหรือสเปรย์ไม่ได้แทนที่
อยากย้ำเรื่องนี้ให้ชัดเจนค่ะ เพราะสำคัญกับความปลอดภัยของคุณ ทั้ง Papilocare และ Colpofix เป็นตัวช่วยเสริมสำหรับรอยโรคระดับต้นเท่านั้น หากผลตรวจของคุณอยู่ในระดับ HSIL หรือ CIN2 ขึ้นไป จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมด้วยการส่องกล้องขยายปากมดลูกและเข้ารับการรักษาตามแนวทางมาตรฐาน การใช้เจลหรือสเปรย์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทดแทนขั้นตอนเหล่านี้ได้
ผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัวควรใช้ภายใต้คำแนะนำของคุณหมอเท่านั้น ไม่ควรซื้อมาใช้เองโดยไม่ผ่านการตรวจประเมินก่อน เพราะอาจทำให้พลาดจังหวะที่ควรได้รับการรักษาที่เหมาะสมกับระดับความรุนแรงของรอยโรคค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้ อย่าเพิ่งไปหาซื้อเองนะคะ


เราเข้าใจว่าพออ่านชื่อ Papilocare หรือ Colpofix แล้ว หลายคนอยากลองค้นหาซื้อเองจากร้านขายยาหรือทางออนไลน์ เพราะดูสะดวกกว่าการนัดหมอ แต่เราอยากขอร้องให้อย่าทำแบบนั้นค่ะ


เหตุผลคือทั้งสองตัวนี้ต้องเลือกให้ตรงกับผลตรวจของคุณเท่านั้น ทั้งระดับความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกและสายพันธุ์ HPV ที่ตรวจพบ ถ้าเลือกผิดตัวหรือผิดจังหวะ นอกจากจะไม่ได้ผลตามที่หวัง ยังอาจทำให้คุณเข้าใจผิดว่าดูแลตัวเองเพียงพอแล้ว จนพลาดช่วงเวลาที่ควรได้ตรวจเพิ่มเติมหรือรักษาด้วยวิธีอื่นไปโดยไม่รู้ตัว


อีกอย่างคือของที่ขายกันเองออนไลน์ ไม่มีใครรับประกันว่าเป็นของแท้หรือเก็บรักษามาถูกต้องค่ะ การเริ่มยาทั้งสองตัวนี้ควรเริ่มที่คุณหมอ ให้คุณหมอดูผลตรวจแล้วจ่ายให้ตรงจุด ปลอดภัยและคุ้มค่ากว่าแน่นอนค่ะ


FAQs: คำถามคาใจเมื่อตรวจพบเชื้อ HPV

เมื่อรู้ผลตรวจ หลายคนมักมีความกังวลใจและมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ทีมแพทย์ happybirth clinic รวบรวมคำตอบของคำถามยอดฮิตมาไขข้อข้องใจให้ค่ะ


Papilocare กับ Colpofix ใช้พร้อมกันได้ไหม

ตอบ: โดยทั่วไปคุณหมอจะแนะนำให้ใช้ตัวใดตัวหนึ่งตามการประเมินอาการ ไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้ร่วมกันค่ะ ควรปรึกษาคุณหมอก่อนตัดสินใจ


ใช้แล้วเจ็บหรือระคายเคืองไหม

ตอบ: ส่วนใหญ่ใช้ได้สบายค่ะ มีบางคนระคายเคืองเล็กน้อยช่วงแรกและมักหายได้เอง แต่ถ้าระคายเคืองมากหรือไม่หาย ให้หยุดใช้แล้วแจ้งคุณหมอทันทีค่ะ


ใช้ระหว่างมีประจำเดือนได้ไหม

ตอบ: โดยทั่วไปให้หยุดใช้ช่วงมีประจำเดือน แล้วกลับมาใช้ต่อเมื่อประจำเดือนหมดค่ะ ทั้งนี้ให้ยึดตามแผนที่คุณหมอแนะนำเป็นหลักนะคะ


ใช้แล้วมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม ใช้คู่กับถุงยางได้ไหม

ตอบ: ใช้ชีวิตคู่ได้ตามปกติค่ะ ทั้งสองตัวใช้ร่วมกับถุงยางอนามัยได้ และคุณหมอแนะนำให้ใช้ถุงยางระหว่างนี้ด้วย เพื่อลดการรับ-ส่งเชื้อเพิ่ม ส่วนจังหวะเวลาที่เหมาะสมหลังใช้แต่ละครั้ง ถามคุณหมอตอนรับยาได้เลยค่ะ


ใช้แล้วหาย HPV เลยไหม

ตอบ: ทั้งสองตัวไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ HPV โดยตรงค่ะ แต่ช่วยปรับสภาพแวดล้อมและกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ซึ่งงานวิจัยพบว่าช่วยเพิ่มโอกาสให้ร่างกายกำจัดเชื้อได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับการไม่ใช้อะไรเลย ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละคน


ราคาที่ happybirth เท่าไหร่ รวมอะไรบ้าง

ตอบ: ทั้งสองตัวราคาเท่ากันที่ 5,600 บาทต่อคอร์ส 20 วัน รวมค่าแพทย์แล้วค่ะ ระยะเวลาที่ต้องใช้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับแผนที่คุณหมอประเมิน


ต้องตรวจอะไรก่อนถึงจะเริ่มใช้ได้

ตอบ: ต้องผ่านการตรวจคัดกรองปากมดลูก เช่น Pap smear หรือ HPV DNA test และให้คุณหมอประเมินระดับความรุนแรงของรอยโรคก่อนเสมอค่ะ


ใช้กี่เดือนถึงจะเห็นผล ต้องตรวจซ้ำตอนไหน

ตอบ: ระยะเวลาที่ใช้ในการติดตามผลแตกต่างกันตามแผนที่คุณหมอกำหนด โดยทั่วไปจะมีการนัดตรวจซ้ำเพื่อประเมินผลเป็นระยะ ควรปฏิบัติตามนัดของคุณหมออย่างเคร่งครัดนะคะ


เหมาะกับรอยโรคระดับไหน ระดับไหนใช้ไม่ได้

ตอบ: เหมาะกับรอยโรคระดับต้น เช่น ASC-US หรือ LSIL ไม่เหมาะสำหรับรอยโรคระดับสูงอย่าง HSIL หรือ CIN2 ขึ้นไป ซึ่งต้องรักษาด้วยวิธีอื่นตามมาตรฐานค่ะ


กำลังตั้งครรภ์ หรือวางแผนมีลูก ใช้ได้ไหม

ตอบ: ต้องแจ้งคุณหมอก่อนเริ่มใช้เสมอค่ะ เพราะข้อมูลในกลุ่มคุณแม่ตั้งครรภ์ยังจำกัด คุณหมอจะประเมินให้เป็นรายคนว่าเหมาะสมหรือควรรอก่อนค่ะ


เห็นมีขายออนไลน์ ซื้อมาใช้เองได้ไหม

ตอบ: มีขายออนไลน์จริงค่ะ แต่ไม่แนะนำให้ซื้อใช้เองเลย เพราะไม่มีใครดูผลตรวจของคุณว่าเหมาะกับตัวไหน ควรเริ่มตอนนี้ไหม หรือจริงๆ ควรตรวจเพิ่มก่อน อีกทั้งของที่ขายออนไลน์เสี่ยงเจอของปลอมหรือเก็บรักษาไม่ถูกต้อง ให้คุณหมอเป็นคนเริ่มยาให้ ปลอดภัยกว่าค่ะ



คลินิกสูตินรีเวช happybirth พร้อมดูแลสาวๆ ที่ตรวจเจอเชื้อ HPV ครบวงจร
happybirth clinic คลินิกสูตินรีเวช

นัดหมายเพื่อตรวจประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณ

หากคุณตรวจพบเชื้อ HPV หรือมีความกังวลใจเกี่ยวกับสุขภาพนรีเวช ไม่จำเป็นต้องแบกรับความกังวลไว้เพียงลำพังค่ะ ที่ happybirth clinic เราพร้อมให้การดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจคัดกรอง การตรวจหารอยโรค และการวางแผนรักษา HPV ที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ รวมถึงการให้คำแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์ Colpofix อย่างถูกวิธี ดูแลสุขภาพภายในให้มั่นใจ ด้วยการตรวจประเมินที่แม่นยำจากทีมแพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญ


สามารถนัดมาปรึกษาตรวจได้ที่ คลินิกสูตินรีเวชแฮปปี้เบิร์ธ ทุกสาขา

 

เปิดให้บริการทุกวัน แนะนำให้เช็กคิวทางไลน์ @happybirth หรือโทรศัพท์ 081-442-9355 คุณหมอและเจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมดูแลคุณทุกวันค่ะ



 
 
bottom of page